นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์สำคัญในการเลือกตั้งรอบสุดท้ายโครงการรณรงค์เอาตัวรอดปลอดภัย “เชื่ออภิสิทธิ์” ณ วัน กรุงเทพฯ ฟอรั่ม
นายอภิสิทธิ์ขอคะแนนเสียงให้ไทยเผชิญ “จุดตาย 5 ประการ” ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา คือ 1. ปัญหาทุนสีเทาและการทุจริต สิ่งนี้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุน 2. การเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ พรรคประชาธิปัตย์กำลังดำเนินมาตรการมากกว่า 200 รายการเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมตัวอย่างความสำเร็จในการกอบกู้วิกฤติฮัมบูร์กในอดีต และชี้ให้เห็นความคลุมเครือของโครงการ Land Bridge ในการเมืองของคู่แข่ง 3. ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ ที่ต้องสร้างความมั่นคงให้กับกลุ่มเปราะบาง 4. การหยุดชะงักทางการเมือง แบ่งเป็น ผู้ผูกขาดความรักชาติ และผู้ที่ต้องการรื้อโครงสร้างด้วยความโกรธ เขาเห็นว่าการปฏิรูปที่ยั่งยืนต้องใช้ศิลปะและการมีส่วนร่วม ไม่สร้างความแตกแยกและ 5. ภัยคุกคามภายนอกและปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนในการไม่ร่วมมือกับบางพรรค โดยคำนึงถึงปัญหาด้านจริยธรรมในอดีต เช่น คดีชั้น 14 หรือคลิปเสียงต่างๆ “เรามองว่าเป็นเรื่องของการดำเนินคดีและยืนยันว่าหากเราต้องการหลบหนีการฉ้อโกงอย่างปลอดภัยเราต้องเลือกคนที่กล้าพูดความจริงและพร้อมที่จะต่อสู้ในทุกด้าน” นายอภิสิทธิ์ประกาศ “เรามาทดสอบใจปชช.” ท่ามกลางข่าวการใช้เงินซื้อเสียงและผลโพลต่างๆ โดยยืนยันว่าเขายังมีพลังในการทำงานอย่างเต็มที่ และการกลับมาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำให้ดีที่สุด
นายอภิสิทธิ์สรุปว่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่หากผลไม่สำเร็จก็พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อสอบสวนการทุจริตและต่อสู้กับผู้ฉ้อโกงเมืองอย่างถึงที่สุด แม้จะเหลือเพียงคนเดียวเขาก็จะสามารถโค่นล้มรัฐบาลที่ทุจริตได้ พร้อมเตือนประชาชนลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นหนทางหนีวิกฤติร้ายแรงของประเทศ





