“SCBX ผนึก “จุฬาฯ” ลงนามความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัม เร่งวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีไทย พร้อมขับเคลื่อนระบบการเงินสู่ยุคควอนตัม

บริษัท ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิทยาศาสตร์ และสยามควอนตัมสแควร์ (SQ?) โดยการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยกระดับการวิจัย พัฒนา และการใช้เทคโนโลยีควอนตัมในภาคการเงินต่อไป พร้อมพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศไทยในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ SCBX ในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเร่งสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรเท่านั้น แต่เรายังต้องการสร้างรากฐานเชิงโครงสร้างเพื่อเตรียมประเทศให้พร้อมสำหรับคลื่นเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งกำลังกลายเป็นขอบเขตต่อไปที่จะเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัฒน์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “เทคโนโลยีควอนตัมเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีก่อกวนที่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของวิทยาศาสตร์ ธุรกิจ และสังคมในทศวรรษหน้า และเป็นคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่ายุคปัญญาประดิษฐ์เสียอีก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงทำให้เป็นวาระเชิงกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย ต้องการเป็นแรงผลักดันของประเทศ (Diving Force) โดยการเชื่อมโยงความรู้จากห้องปฏิบัติการกับโลกอุตสาหกรรม เพื่อให้วิทยาศาสตร์สามารถสร้างได้จริง บางสิ่งบางอย่าง” การที่ SCBX เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านนวัตกรรมทางการเงินในประเทศถือเป็นข้อพิสูจน์อันทรงคุณค่าถึงศักยภาพของทรัพยากรบุคคลและการวิจัยของมหาวิทยาลัย ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ยั่งยืนซึ่งจะผลิตบุคลากรควอนตัมรุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมในภูมิภาคอาเซียน

นายกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่เป็นการร่วมสร้างสรรค์ “ภูมิคุ้มกันทางเทคโนโลยี” ของประเทศ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ SQ Center? จะช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัยสู่การปฏิบัติอย่างเป็นระบบ รวมถึงการวิจัย การทดลอง และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป้าหมายของเราคือการทำงานร่วมกับทุกอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มระดับความรู้ของประชาชนและสร้างรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งเพื่อให้ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่ยุคควอนตัมอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ส่งเสริมความร่วมมือผ่าน 5 เสาหลักเชิงกลยุทธ์

ส่วนหนึ่งของความร่วมมือ SCBX และจุฬาฯ จะร่วมมือกันใน 5 มิติหลัก ตั้งแต่การวิจัยเชิงลึกไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศระดับชาติ ได้แก่

  1. การวิจัยควอนตัมและการพัฒนาทางวิชาการ (การวิจัยชายแดนและการสร้างความรู้เชิงปฏิบัติ)
    มีส่วนร่วมในการพัฒนาความรู้ควอนตัมในระดับชั้นนำ โดยเน้นการใช้งานในภาคการเงิน (Banking with Quantum) พร้อมขยายสู่การใช้งานจริงในปัญหาทางธุรกิจที่มีศักยภาพสูง เช่น ข. เพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรพอร์ตการลงทุน (Portfolio Optimization with Quantum Algorithms) และปรับปรุงการตรวจจับการฉ้อโกง (Fraud Detection with Quantum Machine Learning) พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานในเวทีวิชาการระดับนานาชาติ การสร้างองค์ความรู้ที่เชื่อมโยงการวิจัยกับการประยุกต์จริงในอุตสาหกรรม
  2. การวิจัย การทดลอง และการตรวจสอบแอปพลิเคชัน (Use Case Discovery & Pilot Validation)
    เราร่วมกันค้นหาและประเมินศักยภาพของกรณีการใช้งานควอนตัมผ่านกระบวนการค้นพบที่เป็นระบบ ก่อนที่จะขยายไปสู่โครงการนำร่องขนาดเล็ก (โครงการนำร่อง) เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคและผลกระทบทางธุรกิจในสภาพแวดล้อมจริง
  3. การแลกเปลี่ยนและพัฒนาบุคลากร (Talent & Capability Development)
    พัฒนาทรัพยากรบุคคลและสร้างบุคลากรที่มีความสามารถควอนตัมผ่านโครงการฝึกงานนักศึกษาจุฬาที่ SCBX และโครงการแลกเปลี่ยนพนักงาน (Stay/Exchange) จาก SCBX ใน SQ2 Center และโครงการให้คำปรึกษาระหว่างนักวิชาการและบุคลากรด้านเทคโนโลยี เชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
  4. การสร้างระบบนิเวศและการกระตุ้นอุตสาหกรรม
    ร่วมสร้างระบบนิเวศควอนตัมในประเทศไทยด้วยการจัดเวิร์คช็อป งาน Quantum Industry Day และความท้าทายด้านนวัตกรรมเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างโอกาสด้านนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป
  5. การมองการณ์ไกลเชิงกลยุทธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน
    ร่วมจัดทำรายงาน SCBX Quantum Outlook เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกเชิงกลยุทธ์และการสื่อสารความรู้ขั้นสูงสู่สาธารณะ สร้างความตระหนักรู้และทำให้ประเทศเหมาะสมในระยะยาว

ความร่วมมือระหว่าง SCBX และจุฬาฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน ร่วมกันวางรากฐานระบบนิเวศเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวของไทยในเวทีโลก