“เทพไท” แนะ 3 ทางออกคดีฮั้ว ส.ว. จับตา กกต.ชี้ชะตาปลาย ส.ค.

วันที่ 19 ส.ค. 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไทย-การเสวนาการเมือง ระบุว่า คดีสามีส.ส.มีทางแก้ไข 3 ประการ

สำหรับความเคลื่อนไหวในกรณีสมาชิกวุฒิสภาฉ้อโกงหรือสมาชิกวุฒิสภาฉ้อโกง เวลากำลังมาถึงเต็มกำลังแล้ว การเคลื่อนไหวเพื่อเปิดโปงการทุจริต ตั้งฟอรั่ม. เปิดโปงขบวนการวุฒิสมาชิกหัว เส้นทางเงิน คลิปเสียง และหลักฐานอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อกดดัน กกต. ดำเนินการต่อต้านการพิจารณาคดีฉ้อโกงวุฒิสภา หรือสามารถรับ ส.ว. ได้ ขณะที่ความคืบหน้าของ กกต. (กกต.) มีความชัดเจนว่าจะกำหนดในปลายเดือนสิงหาคมนี้ กกต. (กกต.) จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร?

ในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ ผมเห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตัดสินใจเลือกแนวทาง 3 ประการ ในกรณีทุจริตวุฒิสภาหรือฉ้อโกงวุฒิสมาชิก ได้แก่

1. คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นที่สิ้นสุดและตัดสินใจว่าจะไม่ฟ้องร้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีฉ้อโกงสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนใหญ่ได้รับเลือกจากสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน หรือสมาชิกวุฒิสภาสีน้ำเงิน การกระทำใด ๆ ที่เป็นภัยต่อสมาชิกวุฒิสภาสีน้ำเงินไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และวิธีการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีทางลงแน่นอนหรือมีทางลงจนกว่ากกต.จะตัดสิน เกิดจากผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่ได้มีมติดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต สมาชิกวุฒิสภาที่ฉ้อโกงหรือผู้รอบรู้ของวุฒิสมาชิก จำนวน 229 คน แต่ขณะเดียวกัน กกต. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 พิจารณาคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 และสุดท้ายคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้ตรวจสอบคำวินิจฉัยแล้วพบว่าคดีไม่มีมูลจึงสั่งไม่ฟ้อง จึงเป็นการแก้ปัญหาของ กกต. ผมให้เหตุผลตามคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่จะไม่สั่งฟ้องเพื่อตัดฟ้องและไม่ไปหาผู้กระทำผิดหลัก หรือผู้บงการฉ้อโกงวุฒิสภา ใครคือหัวหน้าพรรคการเมือง?

2. คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถถ่ายทอดได้เป็นบางส่วน และคำร้องบางคำก็ถูกยกฟ้อง นี่ควรเป็นวิธีแก้ปัญหาครึ่งทาง หากสังคมกดดันหรือเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งส่งคำร้องทั้งหมดไปยังศาลฎีกา กรมการเลือกตั้ง และไม่ทำให้หัวข้อสุดโต่งจนเกินไป บางทีเราอาจจะได้พบกันครึ่งทาง การฟ้องร้องแผนกการเลือกตั้งของศาลฎีกาในบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่บุคคลสำคัญ หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือถ้าเป็นสีน้ำเงินก็เป็นสีน้ำเงินจางๆ ไม่ใช่สีน้ำเงินเข้ม แต่ถ้าคุณตัดสินใจฟ้องบางคนไม่ฟ้องคนอื่นอาจมีปัญหาคืออาจมีคนบ่น หรือขอให้เปิดเผยข้อมูลการสอบสวน และหากพบหลักฐาน ฟ้องเฉพาะคนที่มีหลักฐานอ่อนเท่านั้น แต่ผู้ที่มีหลักฐานชัดเจนไม่ได้ฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจถูกดำเนินคดีฐานประพฤติมิชอบในการปฏิบัติหน้าที่ได้เช่นกัน ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นซ้ำรอยในคณะกรรมการการเลือกตั้งในอดีต คุณเคยถูกตัดสินให้ติดคุกหรือไม่?

3.คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้ดำเนินคดีทุกคดี ไม่อยากเป็นปัญหาหรือถือเผือกร้อนๆ ไว้ในมือ แล้วนำไปฟ้องศาลฎีกา ฝ่ายการเลือกตั้งทั้งหมดจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะศาลฎีกาเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจในทุกด้าน ต่างจากคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ หากความน่าเชื่อถือต่ำ คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจตัดสินใจสั่งการข้อกล่าวหาทั้งหมด และสามารถอธิบายให้ผู้มีบารมีทางการเมืองได้ว่าต้องการส่งเอกสารทั้งหมดให้ศาลฎีกาหลังส.ว.สายสีน้ำเงิน และทุกคนที่เกี่ยวข้องถูกคุกคามด้วยความตาย และปฏิบัติตามคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาของศาลฎีกา การแบ่งการเลือกตั้งถือเป็นที่สิ้นสุด หากเป็นกรณีนี้จะไม่มีใครชนะหรือแพ้ ทุกฝ่ายจะต้องเคารพคำตัดสินของศาลฎีกา

โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือทางออกที่สาม คณะกรรมการการเลือกตั้งควรส่งเอกสารทั้งหมดให้ศาลฎีกา ฝ่ายการเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินและผู้ตัดสิน การเลือกตั้งวุฒิสภาที่ผ่านมามีการฉ้อโกงหรือโกงหรือไม่? แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่า กกต.ชุดนี้คงไม่กล้าทำลายเผด็จการการเมือง หรือผู้ที่มีจุดยืนทางการเมือง ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีตำแหน่งเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้ว จึงต้องวินิจฉัยไม่ฟ้อง จำเลยทั้งหมด

ฉันจึงอยากให้สังคมคำนึงถึงเรื่องนี้ การตัดสินใจหรือมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งนี้จะมีการเผยแพร่ในปลายเดือนสิงหาคม ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?